บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เเก๊ส LPG กับ NGVเลือกใช้อะไรดีกว่ากัน


เเก๊ส LPG กับ NGVเลือกใช้อะไรดีกว่ากัน
ถ้าเป็นผมเลือก lpg ครับ ถูกกว่า หาเติมง่ายเเละไม่ช้าเหมือน ngv ส่วนเรื่องความปลอดภัยเเนะนำติดตั้งจากโรงงานพร้อมรถหรือไม่ก็ต้องทำให้ดีจริงๆนั้นเเหละครับ ส่วนเรื่องการระเบิดอะไรมีโอกาศรอดกว่ากันผมเเนะนำว่าตายเหมือนกันครับถ้ามันระเบิดไม่ต่างกันหรอกครับ เเต่ใจจริงอยากให้ใช้น้ำมันกันเเต่เป็นเรื่องยากไปเเล้วสมัยนี้
ข้างบ้านผมนะครับพอดีพี่เเกเอาไปติด ngv มาครับ ก็เสียค่าติดไปได้ 30000 – 40000 บาทครับ พี่เเกบอกประหยัดไปได้เยอะเลยครับ เเต่ทว่านะครับ ปั๊มที่บริการเติม ngv เนี่ย พี่เเกบอกมีน้อยครับ มีน้อยจนหน้าเกลียดครับ ผมพอจะได้ยินมานะครับว่า ngv เนี่ย ptt ขาดทุนครับพี่เเกก็เลยไม่ค่อยที่จะขยายปั๊มเท่าไหร่เวลาที่เทศกาลทีรถไปเติมกันจนต่อคิวยาวมากมายครับ หน้าเกลียดจริงๆ ครับพี่น้อง พอดีไปเจอบทความน่าสนใจมานะครับเกี่ยวกับ การเลือกที่ติดตั้ง ngv หรือ lpg ดีกว่ากันครับอย่างที่เราทราบกันดีว่า การติดตั้งแก๊สรถยนต์ที่ใช้งานอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน คือ การติดแก๊สLPG และการติดแก๊สNGV โดยมีข้อดีและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้
ค่าติดตั้งlpg  15000 – 30000 บาท npg 35000 – 58000 ตอนน้ำมันเเพงได้ที่ ได้ยินว่าเกือบ 80000 เลยก็มีครับติดแก๊ส LPGค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเสียไปกับการเติมน้ำมันจะลดลงไปมากกว่าครึ่ง และจะดีกว่า NGV ตรงที่ ปั๊มมีอยู่ทั่วประเทศ จะไปไหนก็สะดวกสบาย อันนี้ยังไม่รวมปั๊มใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด เติมครั้งนึงก็วิ่งได้ไกลไม่น้อยกว่า 300-500 กม. ในเรื่องสมรรถนะก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าน้ำมันซักเท่าไหร่ (เนื่องจากคุณสมบัติทางเคมีของตัวแก๊ส LPG เอง) ทำให้ถ้าไม่ตั้งใจจับความรู้สึกจริงๆ ก็แทบไม่รู้ว่ามีความแตกต่างจากการใช้น้ำมัน อัตราการสึกหรอก็อาจจะสูงกว่าการใช้น้ำมันนิดหน่อยเพราะแก๊ส LPG นั้นไม่มีการเติม Additive เหมือนกับน้ำมัน แต่สิ่งที่น่าหวั่นใจของ LPG อาจจะอยู่ที่ว่า
มักจะโดนภาครัฐขู่ขึ้นราคากันบ่อยๆ ให้ผู้ใช้รถติดแก๊ส LPG หนาวๆ ร้อนๆ กัน แต่หากจะวิเคราะห์กันตามตรงนับว่าเป็นไปได้ยาก ที่จะขึ้นราคา LPG เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหน หากตัดสินใจขึ้นราคา เลือกตั้งสมัยหน้า มีผลกับคะแนนเสียงแน่นอนครับสำหรับการตรวจสภาพรถติดแก๊ส LPG จะต้องตรวจสภาพทุกๆ 5 ปีครับติดแก๊ส NGVอันนี้จะมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดที่สุดตรงที่สบายกระเป๋ากว่า LPG ในอีกระดับหนึ่ง หากเปรียบเทียบง่ายๆ เดือนๆหนึ่งคุณต้องเสียค่าน้ำมันไปไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท หากเลือกติดแก๊ส LPG จะทำให้คุณหมดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงไปเพียง 4000-5000 บาท แต่ถ้าเป็น NGV
รับรองว่าเตรียมไว้ 3000 บาทยังมีทอน เพราะราคาแก๊สที่ถูกแสนถูก แต่อาจต้องแลกมาด้วยความอดทนในการหาปั๊มนิดหน่อย เนื่องจากมีจำนวนปั๊มน้อย และกระจุกตัวอยู่แต่เพียงในกรุงเทพและปริมณฑล หากต้องเดินทางออกต่างจังหวัด คงต้องมีการวางแผนดีๆ ไม่เช่นนั้นอาจต้องวิ่งน้ำมันแบกถังแก๊ส NGV ซึ่งมีน้ำหนักร่วม 100 โล วิ่งข้ามจังหวัด ซึ่งคงไม่เป็นผลดีแน่นอน แต่ถ้าหากเน้นการใช้งานแต่เพียงในเมืองหรือจังหวัดที่มีปั๊ม NGV ค่อนข้างเยอะเช่น แถบภาคตะวันออก NGV ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ สำหรับด้านอื่นๆ หากเปรียบเทียบกับ
LPG อาจจะด้อยกว่ากันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเติมแก๊ส 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางไม่เกิน 100-200 กม. อัตราเร่งอาจจะด้อยกว่าน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด และอัตราการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่จะมากกว่าการใช้งาน LPG อีกระดับหนึ่งส่วนการตรวจสภาพรถติดแก๊ส NGV ต้องตรวจสภาพทุกปีข้อดีข้อเสียการใช้เเก๊สเรื่องความปลอดภัยนี่ NGV กินขาดครับ
อีกอย่าง LPG ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในรถยนต์ขนาดใหญ่ ๆ เหมือน NGV ครับที่มีใช้กันอยู่ก็พวกรถตุ๊ก ๆ รถกระป้อ หรือแท็กซี่รุ่นเก่าๆ เท่านั้นเอง พวกนี้หากใช้กับเครื่องยนต์ทั่ว ๆ ไปจนมีการสึกหรอกสูงกว่าการใช้น้ำมัน หรือว่า NGV เยอะครับ (เว้นเครื่องที่ออกแบบมาเฉพาะ)
กระทั้งตัว NGV เองหากเป็นการแปลงจากเครื่องเบนซิล โดยปกติก็มีการสึกหรอกมากกว่าการใช้น้ำมันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้สามารถเปลี่ยนสลับไปมาได้แบบ อย่างเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่ต้องดับเครื่องเลย ใช้สลับ ๆ กันก็คงช่วยถนอมได้ทั้งเครื่อง และค่าน้ำมันในประเป๋าเราเป็นแน่
ราคาค่าติดตั้ง NGV ในปัจจุบันโดย ศูนย์ที่ได้รับรองคุณภาพจาก ปทต. (มีราว ๆ 4 แห่ง) ตกอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาทครับ โดย NGV 1 ลิตรรถจะวิ่งได้ประมาณ 6 กิโลเท่านั้น แต่เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าเบนซิลในปัจจุบันเกือบเท่าตัว จึงประหยัดตังค์ได้มากกว่าครับ (แถมเรายังผลิตได้เองในประเทศไม่ต้องนำเข้าด้วย)
อ้อ…ไอ้ LPG นี่ปัจจุบันผมว่าไม่น่าสนใจแล้วเพราะมัน “ระเบิดได้” ครับ ส่วน NGV นี่ที่ทราบมาแม้มีการรั่วไหล ก็ไม่ทำอันตรายแก่คน (หาไม่สูดดมโดยตรง)
และจะระเหยสลายตัวไปกันอากาศได้เร็วมาก ๆ-LPG ระบบใหม่ๆ จะเป็นหัวฉีดแล้วครับ ไม่ใช่แบบที่พวกรถ Taxi ใช้กันอีกต่อไป ที่เอา gas ไปต่อที่ ID (มั้ง ลืมไปแล้ว) ดังนั้นปัญหาเรื่องวาวล์แห้ง อะไรเนี่ยจะเกิดขึ้น LPG ที่เป็นระบบหัวฉีดก็เหมือนกับระบบที่ NGV ใช้ครับ แต่ว่า…ยังไงก็ตาม NGV ปลอดภัยกว่า LPG ในแง่ของการรั่วไหลครับปัญหารถที่ใช้ LPG แล้วบ่าวาวล์แห้งเนี่ย ไม่ได้เกิดจากการแก๊สโดยตรงหรอกครับ แต่เกิดจากการชิงจุดระเบิดก่อนของแก๊สแถวๆ บ่าวาวล์เนี่ยแหละครับ จึงทำให้ตรงนั้นสึกกร่อนกว่าปกติ ซึ่งจะเกิดจากการติดตั้งแบบเก่าๆ เช่นในรถ taxi ซึ่งถ้าใช้ระบบหัวฉีดแก๊สก็จะแก้ปัญหาตรงนั้นไป และแก้ปัญหาเรื่องเวลาขับด้วยความเร็วสูงแล้วอืดด้วย เพราะหัวฉีดแก๊ส จะจ่ายแก๊สตามความเร็วรอบของรถด้วย
ถังแก๊ส NGV จะใหญ่มากๆ เพราะต้องทนแรงดันได้สูงกว่าถัง LPG ครับ จึงหนักกว่าทำให้รถของผู้ใช้ NGV ขับได้ระยะทางน้อยกว่า เพราะต้องแบกถังหนักๆ ไปด้วยใบหนึ่ง
อาจผิดถูกบ้างน่ะครับ ถ้าอยากศึกษาให้ละเอียดก็ต้องที่
http://www.weekendhobby.com/offroad/jeep/Question.asp?ID=3286 ครับเคยถามคนขับ Taxi เค้าบอกว่า… รถแก๊สกลัวการลุยน้ำครับ หมายถึงถ้ามีน้ำนองบนถนน แล้วขับฝ่าไปเนี่ย จะทำให้รถดับได้ เพราะม่านน้ำไปกันไม่ให้อากาศไหลผ่านเข้าไปในระบบได้สะดวก ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่ตอนนั้น Taxi ชี้ให้ดูรถ taxi อีกคันที่ดับข้างทาง แล้วตรงนั้นมีน้ำท่วมนองพอควร อ๋อ ถ้าจะติดตั้งหล่ะก็เอาแบบ dual น่ะครับ คือใช้แก๊สก็ได้ น้ำมันก็ได้ ตามใจเรา switch เอาได้เลย
ปล. ค่าติดตั้ง 3 หมื่นกว่าสำหรับ LPG หัวฉีด, NGV 6 หมื่นกว่า เอาไปเติมน้ำมันได้เป็นปีๆ เลยน่ะครับ คิดให้ดีๆ ถ้าไ่ม่ได้ขับรถกระฉูดแบบ Taxi เนี่ย ยังไงก็หาจุดคุ้มทุนยากครับสุดท้ายเนี่ย Taxi คันดังกล่าวคือรถ Ford ครับ ใช้มาทะลุล้านกิโลแล้ว เค้าบอก 11 ปีมั้ง อะไหล่เพียบ ถูก ช่วงล่างดีอีก คนขับเค้าชอบครับ แหะๆ ที่บอกว่าใช้แก๊สแล้วรถพังเร็ว คงไม่ใช่แน่ๆ ไม่งั้นอยู่ไม่ถึง 10 ปีกับล้านกิโลหรอก
ปล ผมว่านะครับถ้ามีปัญญาซื้อรถมาใช้เเต่ไม่มีปัญญาเติมน้ำมันผมว่าอย่าใช้ดีกว่านะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น